ฝนตกอีกแล้ว จะออกไปทำงานลุยน้ำอย่างไรไม่ให้รถพัง ?

ประกันภัยชั้น 1 ที่ไหนดี

ประเมินความลึกของน้ำ  

ถ้าทางข้างหน้ามีน้ำท่วมขัง ควรประเมินความลึกของน้ำด้วยการเช็คกับระดับฟุตบาท โดยฟุตบาททั่วไปจะมีความสูงตั้งแต่ 10-30 เซนติเมตร ดังนั้น หากน้ำท่วมเอ่อล้นปริ่มฟุตบาท แสดงว่าระดับน้ำค่อนข้างสูงจนเป็นอันตรายสำหรับรถเก๋งทั่วไปได้ 

ขับรถลุยน้ำด้วยความเร็วต่ำ  

หากประเมินแล้วว่าระดับน้ำไม่สูงจนเกินไป (ไม่เกิน 30 เซนติเมตรสำหรับรถเก๋งปกติ) ให้ขับรถผ่านไปด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่าการขับรถลุยน้ำ จะต้องเร่งเครื่องให้รอบเครื่องยนต์ขึ้นสูงเพื่อป้องกันรถดับ แต่ความเป็นจริงเป็นเรื่องที่ผิดมหันต์ เพราะน้ำที่ท่วมขังจะกระฉอกอย่างรุนแรง ขณะที่การเร่งเครื่องจะทำให้เครื่องยนต์ดูดอากาศเข้าไปเผาไหม้อย่างรุนแรงเช่นกัน ซึ่งถ้าน้ำถูกดูดเข้าไปแล้วล่ะก็ รับรองว่าก้านสูบหัก เครื่องยนต์ดับ เครื่องยนต์น็อค กลายเป็นเรื่องใหญ่อย่างแน่นอน 

ดังนั้นจึงควรใช้ความเร็วให้ช้าที่สุด เดินคันเร่งให้เนียน ให้จำไว้ว่าตราบใดที่น้ำไม่ถูกดูดเข้าไปยังห้องเผาไหม้ รถจะไม่มีทางดับอย่างแน่นอน 

ประกันภัยชั้น 1 ที่ไหนดี

ใช้เลนที่ระดับน้ำต่ำที่สุด  

บนถนนที่มีน้ำท่วมขังมักมีการชะลอตัวของจราจร เพราะหลายคนจะหลีกไปใช้เลนที่มีน้ำตื้นที่สุด ดังนั้นจึงไม่ควรใจร้อนขับในเลนที่มีน้ำท่วมขังสูง เพราะหากเกิดเครื่องยนต์น็อคขึ้นมา นอกจากจะต้องเสียเงินซ่อมรถแล้ว ยังเสียหน้ารถคันอื่นอีกต่างหาก 

แต่หากรถยนต์ของคุณพลาดพลั้งไปแล้ว แต่คุณมีประกันชั้น 1 คุณก็ไม่ต้องห่วงอะไรค่ะ เพราะประกันชั้น 1 จะช่วยคุณเอง และถ้าหากว่าคุณยังสงสัยว่าจะทำประกันภัยชั้น 1 ที่ไหนดี เราขอแนะนำ roojai.com เนื่องจากประกันชั้น 1 ของรู้ใจ จะให้ความคุ้มครองในกรณีรถยนต์เสียหายจากภัยธรรมชาติ (รวมน้ำท่วม) ซึ่งแน่นอนว่า ความคุ้มครองนั้นเท่าทุนประกันเลยค่ะ แหม คุ้มแบบนี้ ไม่ต้องไปหาประกันชั้นอื่นแล้ว ทำประกันชั้น 1นี่แหละคุ้มสุดๆ  

Bonnie Gardner
info@levenantiques.com